มาเล่าประสบการณ์จัดฟันครั้งแรกในชีวิต!!! แบบละเอียดยิบกับ We Smile Dental Clinic



ห่างหายกันไปนานเลยนะคะ วันนี้เราอยากแชร์ประสบการณ์การจัดฟันมาให้ดูกัน เผื่อให้ที่มีแพลนกำลังจะจัดฟันก็เป็นอีกหนึ่งบทความไว้ตัดสินใจจัดค่ะ


ขอเกริ่นก่อนเลยค่ะว่าเราอ่าอยากจัดฟันมานานมาก ๆ ตั้งแต่เรียนมหาลัยมั้ง แต่ก็คือไม่มีโอกาสได้จัดเลย ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เหตุผลที่เราอยากจัดฟันนะเหรอ เพราะว่าเรารู้สึกว่าฟันเราแอบเหยินนิด ๆ และบวกกับฟันล่างเรามันเบี้ยว ๆ ผิดรูปจากการที่มีฟัน 1 ซี่ขึ้นผิดที่ (นางดันทะลึ่งไปขึ้นกลางปาก) งานก็เลยงอกทำเอาฟันล่างเราบิดเบี้ยวไปหมด!



หลังจากที่เราแน่วแน่มากในการจัดฟันก็เลยลองหาข้อมูลการจัดฟันอย่างเยอะมาก ทั้งข้อมูลที่มีสาระ และการรีวิวต่าง ๆ จนได้รู้จักกับ We Smile Dental Clinic คลินิกที่นี่เราอ่านรีวิในเพจแล้วเอ้ออออ มีแต่ลูกค้าชมเยอะมาก และไม่ใช่ชมแค่คนสองคน สิบคนนะ เป็นร้อยคนเลยแหละ เราเลยตัดสินใจเออว่ะ มาลองจัดฟันที่นี่แหละ We Smile Dental Clinic ซึ่งที่นี่มีให้บริการอยู่ 2 สาขาด้วยกันคือ สาขาราชพฤกษ์ และ สาขาวงเวียนใหญ่ เราเลยเลือกมาจัดที่สาขาวงเวียนใหญ่ เพราะว่าสาขานี้เดินทางสะดวกมาก ๆ ติด BTS วงเวียนใหญ่ (ทางออกที่ 2 ) เลยแหละ เดินลงจากบันไดเลื่อนยังไม่ถึง 20 ก้าวก็ถึงคลินิกแล้ว


เมื่อเรามาถึงคลินิกเราตกใจมากแม่!!! เพราะที่นี่คนมาใช้บริการโคตรเยอะเลย ไม่คิดว่าจะมีคลินิกทำฟันที่มีลูกค้าแน่นขนาดนี้ คือเรานั่งรอทำฟันอ่าประตูคลินิกเปิดปิดเกือบทุกนาที ลูกค้าเยอะขนาดไหนถามใจเธอดูววเลย

มาเราจะเริ่มเล่าให้ฟังว่ากว่าจะได้จัดฟันเราต้องผ่านอะไรมาบ้างงง มาเริ่มกัน!!!




เริ่มแรกเลย เมื่อเรามาถึงคลินิกเราก็ต้องมาลงทะเบียนใช้บริการก่อนเลยค่ะ (ที่นี่ก็ยังมาตราการป้องกันโควิดแน่นหนาอยู่นะคะ) พอเราลงทะเบียนใช้บริการเสร็จคราวนี้เจ้าหน้าที่ก็ให้เรานั่งรอเรียกที่ชั้น 1 ก่อน จะบอกว่าที่นี่มีทั้งหมด 2 ชั้นนะ ชั้นแรกคือเป็นที่กรอกเอกสาร และรอคุณหมอตรวจ ส่วนชั้น 2 คือห้องคุณหมอล่ะ แต่จะมีเก้าอี้ไว้ให้รอก่อนเข้าห้อง คือคนที่จะมารอชั้น 2 ได้คือคนที่ใกล้ถึงคิวตรวจแล้วเท่านั้น!


หลังจากรอได้ไม่นานเราก็ถูกเจ้าหน้าที่เรียกขึ้นไปชั้นสอง เพราะใกล้ถึงคิวตรวจล่ะ วันนี้ที่มาหลัก ๆ เลยก็คือมาตรวจฟัน เอ็กซเรย์ฟัน ง่าย ๆ ก็คือมาวินิจฉัยสภาพฟันของเราค่ะว่าเราพร้อมแค่ไหนกับการติดเครื่องมือ หากคุณหมอมีความเห็นว่าต้องผ่า หรือต้องเคลียร์ช่องปากก็ต้องนัดมาเคลียร์ในครั้งต่อไปเลย


เราจะมาลิสขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนใส่เครื่องมือให้ดูกันว่าต้องเริ่มจากอะไรบ้าง

1. คุณหมอ Check up ฟันทั่วช่องปาก และหลังจากนั้นก็จะส่งเราให้ไปเอ็กซเรย์ช่องปากค่ะ

2. เอ็กซเรย์ช่องปาก : ของที่นี่คือทันสมัยมาก ๆ เลยนะคะ เพราะมีเครื่องเอ็กซเรย์ที่ใหญ่มาก คล้าย ๆ เครื่องเอ็กซเรย์ตามโรงพยาบาลเลยค่ะ ซึ่งเราว่าดีมาก ๆ เลย เพราะเราเคยไปเอ็กซเรย์ที่คลินิกแห่งหนึ่งคือแบบต้องสอดบางอย่างเข้าไปในฟัน คือเจ็บมาก!! เจ็บจริง! แต่ที่นี่คือชิลล์ ๆ ยืนนิ่ง ๆ เดี๋ยวเครื่องก็รันเอง

3. พิมพ์ฟัน : หลังจากคุณหมอเอ็กซเรย์ฟันเรียบร้อย คราวนี้คุณหมอก็จะให้เราพิมพ์ฟันแล้วค่ะ ขั้นตอนนี้คนที่ทำครั้งแรกจะตกใจหน่อย ๆ เพราะว่าเหมือนมีอะไรยัดเข้าไปในปาก 5555 แต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะคะ

4. หลังจากพิมพ์ฟันเสร็จ คุณหมอก็จะมาคุยกับเราค่ะว่าปัญหาในช่องปากที่เราต้องเคลียร์ก่อนจะติดเครื่องมือมีอะไรบ้าง ของเราคุณหมอให้ขูดหินปูน (ทุกคนที่จะจัดฟันต้องขูดค่ะ), อุดฟัน, ถอนฟันล่างที่งอกผิดที่ 1 ซี่ และนำเขี้ยวเทียมที่เราเคยทำตอนสมัยเรียนปวช.ออกค่ะ เราถือว่าเคสเรานี่ไม่ต้องถอนฟันเยอะเลยนะคะ เคยฟังเพื่อนเล่าบางคนถอนที 4 ซี่ หรือหนักหน่อย 8 ซี่ สุดจริง ๆ

หลังจากที่ตกลงกับคุณหมอแล้ว เราก็ลงมานัดวันเคลียร์ช่องปากกับเจ้าหน้าที่ค่ะ เราไม่รอช้านัดอาทิตย์ถัดไปเลยแล้วกันจะได้รีบเคลียร์ช่อปากให้จบ ๆ



ขอวาร์ปมาถึงวันนัดเคลียร์ช่องปากเลยแล้วกัน!!! (1 อาทิตย์ผ่านไป)

วันนี้เราเคลียร์ช่องปากอยู่ 2 รายการก็คือ ขูดหินปูน กับอุดฟันค่ะ เราจะบอกว่าในชีวิตนี้เราไม่เคยขูดหินปูนมาก่อนเลยค่ะ และเราชอบถามเพื่อนบ่อย ๆ ว่าเฮ้ยแกขูดหินปูนมันเจ็บไหมว่ะ เพื่อก็ไซโคเต็มที่เลยค่ะว่าครั้งแรกจะเจ็บมากบลา ๆ แต่ตัดภาพพอได้ลองขูดจริง ๆ เฮ้ยไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่า คือไม่เจ็บเลย คุณหมอมือเบาสุด ๆ ไปเลย ปล. ที่นี่คุณหมอสวยและน่ารักทุกคนเลยค่ะ ^^


ส่วนการอุดฟันที่นี่จะอุดให้เราเป็นเนื้อเดียวกับสีฟัน จะบอกว่าหลังจากอุดนี่คือกินแหลกเลยค่ะ แล้วมานึกขึ้นได้ว่าเฮ้ย! อุดฟันใหม่ ๆ แล้วมากินมันจะมีปัญหาอะไรไหมนะ สรุปก็คือไม่มีใด ๆ เกิดขึ้น 555 คิดเองเออเองสุดค่ะ สำหรับใครที่ส่งสัยว่าทำไมต้องอุดฟัน การอุดฟันจะอุดในเฉพาะเคสที่มีฟันผุ หรือใกล้จะผุค่ะ รอบนี้เราโดนอุดฟันกรามไป 2 ซี่ค่ะ จะโทษใครก็ไม่ได้โทษที่ตัวเราค่ะรักษาความสะอาดฟันได้ไม่ดี ระยะเวลาที่ใช้ไปในการขูดหินปูน กับ อุดฟัน ประมาณ 30-40 นาทีค่ะ เราถือว่าเร็วอยู่นะคะ คุณหมอทำไวมากค่ะ


หลังจากที่เคลียร์ช่องปากทั้งสองรายการเสร็จแล้วคราวนี้คุณหมอก็นัดติดเครื่องมือเลยค่ะ จะสังเกตว่าเรายังเหลือรายการที่จะต้องเคลียร์อีกสองรายการ คือ ถอนฟัน กับ เอาเขี้ยวเทียมออก คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวเขี้ยวสามารถมาเอาออกในวันติดเครื่องมือได้ค่ะ ส่วนการถอนฟันคุณหมอแนะนำให้ถอนหลังจากติดเครื่องมือแล้วว เราจะบอกว่าคิวของคุณหมอที่จะมาติดเครื่องมือให้เราคือแน่นมากกกกก ตอนเราไปขอคิวกับเจ้าหน้าที่คือเต็มทุกวันทุกเวลาเลยค่ะ งานนี้กว่าจะหาคิวที่ใกล้ที่สุดได้คือเว้นไป 2-3 อาทิตย์เลยค่ะ คุณหมอคิวแน่นสุด ๆ ไปเลย บ่งบอกถึงคุณภาพคลินิกที่นี่ได้เลยค่ะว่าลูกค้าเยอะจริง ๆ




ขอวาร์ปมาถึงวันนัดติดเครื่องมือเลยแล้วกัน!!! (3 อาทิตย์ผ่านไป)

ก็ถึงวันที่จะต้องติดเครื่องมือแล้ว เรารู้สึกตื่นเต้นสุด ๆ ไปเลยค่ะ ครั้งแรกของการจัดฟันจริง ๆ จะเป็นแบบไหนน้า มาถึงคลินิกเจ้าหน้าที่ก็ให้เลือกสีโอริงค่ะ ด้วยความที่ไม่ได้คิดมาก่อนเล้ยยยว่าจะเลือกสีอะไรดี

เราเลยมองสีที่ไม่เข้มไปและไม่อ่อนไป เราเลือกสีที่ 104 สีชมพูใสค่ะ (ปล.ที่นี่มีสีโอริงให้เลือกเยอะมากกกก เลือกไม่ถูกเลยล่ะค่ะ) หลังจากที่เลือกโอริงแล้วก็ถึงคิวต้องไปพบคุณหมอแล้วววว



ก่อนจะติดเครื่องมือในวันนี้คุณหมอก็จะมารีเช็คสภาพฟันของเราอีกทีก่อนค่ะว่าพร้อมมั้ย! และคุณหมอก็ทำการกรอเขี้ยวเทียมเราออก!!! ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงอยู่ค่ะ ที่นานเราพอเข้าใจได้เลยค่ะเพราะมันค่อนข้างจะเอาออกยากต้องกรอออกอย่างระมัดระวังเพราะถ้าแรงไปฟันแท้ ๆ ของเราอาจจะบาดเจ็บได้ งือ

หลังจากที่กรอเอาเขี้ยวเทียมออกแล้วเรารู้สึกดีมากกกก เขี้ยวเทียมที่ฉันอยากจะเอาออกทุกวัน ๆ มันได้หายไปแล้ว จะบอกว่าคุณหมอกรอเขี้ยวเทียมเราออกได้กริบมากจริง ๆ คือเนี๊ยบสุด ๆ ไปเลยค่ะ



และแล้วก็ถึงเวลาคิดเครื่องมือกันแล้ว ตื่นเต้นใช้ได้เลยค่ะ คุณหมอก็เริ่มติดเครื่องมือทีละซี่ ทีละซี่ การติดเครื่องมืออาจจะใช้เวลานานหน่อย 30 นาที - ชั่วโมงเลย (แล้วแค่เคสค่ะ) ของเราไม่ถึงชั่วโมงเลยค่ะ

อย่างที่บอกคุณหมอที่นี่มือนิ่มมาก ระหว่างที่คุณหมอติดเรานอนจินตนาการเลยค่ะว่าตอนนี้คุณหมอทำยังไงกับฟันเราน้าา แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยค่ะ ไม่รู้สึกเลยจริง ๆ สักพักรู้สึกได้ถึงเส้นลวดที่คุณหมอขึงที่แบร็คเก็ตแล้วค่ะ


ว้าวคุณหมอมือเบามากเลยยยย และแล้วคุณหมอก็บอกค่ะว่าติดเครื่องมือเสร็จแล้วค่ะคนไข้ คือบับตื่นเต้นไม่ไหวที่จะได้เห็นตัวเองใส่เหล็กจัดฟันครั้งแรก!!! หลังจากติดเครื่องมือเสร็จคุณหมอก็บอกว่า "เดี๋ยวให้นัดวันถอนฟันกับเจ้าหน้าที่นะคะ ให้ถอนให้เสร็จก่อนที่จะมาเจอคุณหมอในเดือนหน้า" เราก็เดินมานัดถอนฟันเลยจ้าาา งานนี้เราเลือกที่จะถอนฟันในวันที่ 20 มีนาคมที่จะถึงนี้ค่ะ ยังจินตนาการไม่ออกว่าจะเจ็บขนาดไหน!!



หลังจากนัดวันเสร็จเรียบร้อยคราวนี้ก็จะมีเข้าหน้าที่มาสอนวิธีการดูแลทำความสะอาดฟันค่ะ ซึ่งเยอะมากกกก

ตอนแรกแอบมีท้อแต่ก็เริ่มจะชินแล้วค่ะ มาเราจะมาเล่าให้ฟังค่ะว่าขั้นตอนการทำความสะอาดฟันหลังจัดฟันเนี่ยต้องทำอะไรบ้าง? เริ่มแรกเลยก็คือเราต้องซื้ออุปกรณ์สำหรับจัดฟันก่อนค่ะ โดยที่คลินิกมีจำหน่ายเป็นชุดด้วยนะ

เราก็จัดไป 1 ชุดสวย ๆ ค่ะ


สิ่งที่ต้องทำในการดูแลฟันก็คือ

1. แปรงฟันหลังอาหารทุกครั้ง (อันนี้เราค่อนข้างเห็นด้วยมาก ๆ เพราะพอใส่เหล็กแล้วเศษอาหารติดง่ายมากค่ะ)

2. ต้องใช้แปรงฟันตรงที่มีเหล็กแบบบนล่างนะคะ ก็คือฟันบนที่มีเหล็กให้แปรงด้านบนเหล็กเอียง 45 องศา วนไปมา และด้านล่างเหล็กเอียง 45 องศาเหมือนกันค่ะ (ย้ำเลยก็คือต้องแปรงแบบนี้ให้ครบทุกซี่ทั่วทั้งปากเลย)

3. หลังจากแปรงฟันต้องใช้ไหมขัดฟันทุกครั้ง จะทุกมื้ออาหารก็ได้ หรือใครไม่สะดวกก็วันละครั้งก่อนนอนค่ะ

4. อย่าลืมใช้แปรงขัดซอกฟันคอยขัดเศษอาหารออกตามร่องเหล็กจัดฟันนะคะ อันนี้สำคัญเหมือนกัน ป้องกันกินปากและฟันผุค่ะ

5. สุดท้ายใช้น้ำยาบ้วนปากทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร อันนี้แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ


หลังจากติดเครื่องมือเราไม่มีอาหารปวดใด ๆ แบบที่คุณหมอบอกเลยค่ะ คุณหมอบอกว่าอาจจะปวดหน่อยช่วง 2-3 วันแรก แต่เราคือไม่ปวดเลยรู้สึกดีค่ะ แต่เพียงแค่ทานอะไรไม่ค่อยได้ค่ะ กินแต่โจ๊ก กับไข่ตุ๋น อย่างดีหน่อยก็ก๋วยจั๊บกินแต่น้ำกับเส้นค่ะ 555 เราก็รอวันเวลาที่จะกินได้แบบสบายใจอยู่ค่ะ ไว้เราจะมารีวิวผลลัพธ์เพิ่มเติมมาเป็นระยะ ๆ นะคะ อย่าลืมติดตามกันนะ!!!



เราขอสรุปเลยว่า...

เราประทับใจกับการจัดฟันครั้งนี้มาก ๆ ค่ะ เพราะด้วยการให้บริการของเจ้าหน้าที่และคุณหมอที่ We Smile Dental Clinic สาขาวงเวียนใหญ่ ที่คอยให้คำแนะนำปรึกษามาโดยตลอดเลยค่ะ



ส่วนใครที่อยากลองมาปรึกษากับคุณหมอที่ We Smile Dental Clinic

ก็ลองมาปรึกษาดูค่ะที่นี่มีให้บริการอยู่ 2 สาขาคือ

We Smile Dental Clinic สาขาราชพฤกษ์

ตั้งอยู่ที่ โครงการเดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ (โซนด้านหลังใกล้ วิลล่า มาร์เก็ต)

หรือโทร 095-252-8737

We Smile Dental Clinic สาขาวงเวียนใหญ่ (ติดBTS วงเวียนใหญ่)

หรือโทร 095-590- 3837


หรือทางออนไลน์ที่

Website : http://wesmile-clinic.com/

Facebook : https://www.facebook.com/wesmileclinic/

Line : @wesmileclinic


อยากให้รอดูผลลัพธ์กันเรื่อย ๆ เลยนะคะ ไว้จะมาอัพเดทให้ดู สำหรับวันนี้ขอจบการรีวิวก่อนนะคะ ^^


UPDATE! การจัดฟันครบ 7 เดือน



ขอบอกก่อนว่าช่วงโควิดเนี่ย! ทำให้คลินิกจำเป็นต้องปิด และมีวันนึงวันที่นัดหมอตรงกับวันที่เราต้องฉีดวัคซีนพอดี ทำให้เราต้องเลื่อนนัดคุณหมอมา 2 เดือน ย้ำไม่ได้เปลี่ยนยางมา 2 เดือน!!!


มาวันนี้ฤกษ์ดีเราจะมาอัพเดตให้ดูกันว่า จัดฟันครบ 7 เดือนแล้วฟันเรามีท่าทีเป็นยังไงบ้าง????


ขอบอกเลยว่าก่อนที่จะครบ 7 เดือนเนี่ยเราเซอร์ไพร์สมาก เพราะฟันเราเริ่มเรียงสวยแล้วนะ และก่อนหน้านี้คุณหมอแค่ใส่เครื่องมือให้กับฟันเราเฉย ๆ ยังไม่ได้ดึง หรืออะไรทั้งนั้น ว้าวมากแม่!!!


:: ชวนสังเกต ::

(รูปซ้าย) ก่อนจัดฟัน : ฟันด้านบนเราดูเบี้ยว ฟันล่างก็ดูเบี้ยวมากกก

(รูปขวา) หลังจัดฟัน ดึงฟันแล้ว : ฟันบนดูเรียงกันแล้วแม่! และฟันล่างก็ดูขยับเรียงกันแล้วค่ะ แต่!!! ฟันล่างตรงด้านหน้าเรามันขยับจนมีซี่นึงที่ห่างไปจากเพื่อน คุณหมอเลยให้ใส่ที่ดึงฟันข้างหน้าค่ะ



:: ชวนสังเกต ::

(รูปซ้าย) ก่อนดึงฟัน : จะเห็นได้ว่าก่อนดึงฟันเนี่ยคุณหมอจะใส่แค่ยางกับลวดมาในช่องปากนะคะ

(รูปขวา) ตอนเริ่มดึงฟัน : หมอเริ่มใส่ยางแบบดึงฟันให้เราแล้วค่ะ และลวดที่ใส่มามีขนาดใหญ่ขึ้น จะบอกว่าวันแรก ๆ ที่ดึงคือแอบเจ็บฟันมากกก จนไข้ขึ้นเลยทีเดียว แต่วันที่ 2-3 ก็หายค่ะ ทานข้าวได้ปกติแล้วจ้า



สุดท้ายแล้วเรารู้สึกว่าเราจัดฟันเนี่ยมันทำให้หน้าเราเล็กลงด้วยอ่ะ ไม่รู้ว่าเรารู้สึกไปคนเดียวรึเปล่า

แต่ลองดูได้จากรูปภาพด้านบนที่เราอัปเดทคือดูมีความแตกต่างจริง ๆ นะ


ปล. ผลลัพธ์การจัดฟันมันขึ้นอยู่แต่ละบุคคลนะคะ

เราไม่สามารถการันตีได้เลยว่าจัดแล้วหน้าจะเล็กลงเหมือนเรารึเปล่า ^^


ขอแถม!!!

ที่คลินิก We Smile Dental Clinic มีไลน์แอด สำหรับลูกค้าแล้ว คือสะดวกมาก ๆ สามารถเช็คตารางนัดหมาย, เลื่อน หรือยกเลิกนัดหมายได้ที่ไลน์แอดที่เดียวเลย



เราขออัปเดทการจัดฟันรอบ 7 เดือนของเราไว้เท่านี้นะคะ

ไว้รอบหน้า ครบ 12 เดือน เราจะมาอัปเดทให้ดูกันอีกแน่นอนค่าาาาาา